ATC นั้นเป็นบริษัทจากสหราชอาณาจักร ซึ่งมีปรัชญาแน่วแน่มาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี ค.ศ. 1974 ในแง่การพัฒนาสู่คุณภาพสูงสุด ในฐานะของผู้ผลิตลำโพงและอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มุ่งมั่นสู่จุดสูงสุดของผลิตภัณฑ์ โดยใช้หลักของวิศวกรรมยุคใหม่เข้ามาเป็นเครื่องมือ ในหลักปรัชญานี้ จึงไม่เพียงหมายถึงการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด แต่สำหรับ ATC มันหมายถึง การพยายามอย่างเต็มที่ ไม่ย่อท้อในการทำให้ลำโพงที่ใกล้เคียงกับคำว่า “สมบูรณ์แบบ”มากที่สุด เท่าที่จะเป็นได้ในเชิงวิศวกรรม ดังนั้นผลิตภัณฑ์ลำโพงและอุปกรณ์เครื่องเสียงภายใต้ชื่อ ATC จึงหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณภาพเสียงสูงสุด และความยอดเยี่ยมของเสียงที่ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีดิจิตอลอันสมบูรณ์ในลำโพงแต่ละตัว หัวใจสำคัญคือ Bass Drive Units ผู้ออกแบบเชื่อว่าหัวใจในลำโพงแต่ละตัวคือไดรเวอร์ ดังนั้น Studiodrive Units ของ ATC จึงถูกออกแบบสร้างอย่างพิถีพิถัน เพื่อคุณภาพระดับหัวแถวและประสิทธิภาพของเสียงถึงขั้นสุดยอดทั้งนี้เพราะบทบาทของ Drive Unit มีส่วนสำคัญยิ่งยวดในการสนับสนุนชิ้นส่วนคุณภาพสูงอื่นๆ เพื่อประกอบเป็นลำโพงไฮเอนด์เท่าที่เงินจะซื้อได้ มีการออกแบบอันรอบคอบไม่เว้นแม้รายละเอียดเล็กน้อย studio drivers ของ ATCไล่เรียงมาตั้งแต่มิดเรนจ์ไดรเวอร์ซอฟต์โดม SM75-150 ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไดรเวอร์ขนาดนี้ เนื่องจากแม้จะมีขนาดเพียงสามนิ้ว ไดรเวอร์ตัวนี้สามารถเปล่งประสิทธิภาพสูงเยี่ยม มีความไวสูง แต่ความผิดเพี้ยนต่ำมาก ตอบสนองความถี่ตั้งแต่300Hz ถึง 4,000 Hzชิ้นส่วนสำคัญคือซอฟต์ไดอะแฟรมผลิตจากวัสดุซึ่งดูดซับความสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี ตอบสนองความถี่อย่างราบรื่นไร้สีสัน Drive motor ซึ่งประกอบด้วยคอยล์ช่วงสั้นซึ่งจะเคลื่อนตัวเพื่อลดความผิดเพี้ยนของเสียงได้หมดจดคุณสมบัติทั้งสองประการที่กล่าวมาเป็นงานอันซับซ้อนในเชิงวิศวกรรมและต้นทุนสูงมาก แต่ ATC มุ่งมั่นที่จะสร้างมิดเรนจ์ไดเวอร์ซึ่งก้าวล้ำยิ่งกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพขนาดอันกะทัดรัด และความสามารถในการทานกระแสสูงๆไดรเวอร์สำหรับความถี่ต่ำของ ATC ถูกออกแบบสู่ตลาด 4รุ่น นั่นคือ 9 นิ้ว 12 นิ้ว 15 นิ้ว ด้วยวอยซ์คอยล์สามนิ้ว และ 15นิ้ว วอยซ์คอยล์ 4 นิ้วทุกตัวมีขนาดคอยล์ช่วงสั้นซึ่งทำงานในสนามแม่เหล็กช่วงยาว ซึ่งเป็นประโยชน์ในการใช้งานเต็มที่เนื่องจากคอยล์จะทำงานในสนามแม่เหล็กเสมอ ไดรเวอร์ของเบสยูนิตนี้ผสมผสานหลักการพื้นฐานเข้ากับแนวคิดใหม่ล่าสุดในการออกแบบไดรเวอร์ทำให้มีระดับความผิดเพี้ยนต่ำมาก และเป็นคุณสมบัติที่กลมกลืนประสานกับการทำงานของมิดเรนจ์ได้อย่างลงตัวราบรื่น เบสไดรเวอร์ทุกตัวมีวอยซ์คอยล์ประกอบด้วยการพันด้วยลวดทองแดง ribbon wire พันบนแท่งอะลูมิเนียม หรือ Kapton ใช้เทคโนโลยีกาวยึดใหม่ล่าสุดและมีช่วงห่างของคอยล์น้อยมาก สามารถรับมือพลังขับสูงมาก ทนทานต่อการใช้งานได้อย่างยาวนานระบบ Suspensionของเบสไดรเวอร์ ATC ถูกพัฒนาจนสามารถให้ช่วงชักยาว แต่ความเพี้ยนต่ำ ตัวแชสซีเป็นแบบ Die-cast แข็งแรงบึกบึนด้วยโครงสร้าง ceramiemagnet สร้างสนามแม่เหล็กแบบสมมาตร จึงช่วยลดความผิดเพี้ยนได้อีกโสตหนึ่งขั้วแม่เหล็กในส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมดถูกเคลือบด้วยสีดำ เพื่อถ่ายเทความร้อนจากวอยซ์คอยล์ในเวลาอันสั้น ทำให้อายุการใช้งานของไดรเวอร์ยืนยาว ไม่ต้องกังวลในเรื่องการดูแลรักษาด้วยการออกแบบควบคู่กันไปในส่วนของมิดเรนจ์ไดรเวอร์ซึ่งให้เสียงช่วงความถี่กลางได้อย่างราบรื่น รับกระแสต่อเนื่องเพื่อเสียงร้องอันเป็นธรรมชาติ และเบสไดรเวอร์ซึ่งถูกออกแบบให้ทนต่อพลังขับไร้ขีดจำกัด จึงถือว่าเป็นลำโพงที่มีจุดเด่นอย่างมาก ATC ยังรักษาปรัชญาการออกแบบอันเข้มงวด ไม่มีคำว่าประนีประนอมในทุกรายละเอียดเบื้องหลังประสิทธิภาพสูงเยี่ยมของลำโพง ATC คือเทคโนโลยี SUPER LINEAR MAGNET นับตั้งแต่มีการออกแบบลำโพงระบบ movingcoil มาใช้งาน วิศวกรผู้ออกแบบต่างพยายามพัฒนาให้ไดรเวอร์สามารถเปล่งประสิทธิภาพทางเสียงได้อย่างสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาจกล่าวได้ว่ายังไม่มีนักออกแบบรายใดจะแน่วแน่ในการแก้ปัญหาจุดอ่อนของระบบ moving coil เท่ากับทีมงานของATCและนั่นจึงเป็นที่มาของเทคโนโลยี SUPER LINEARMAGNET ซึ่งช่วยแก้ปัญหาอันลดทอนประสิทธิภาพของลำโพงมาช้านาน และได้ผลสมบูรณ์อย่างที่สุด ผลเสียของปรากฎการณ์ magnetic hysteresis เป็นที่รู้กันในหมู่นักวิชาการและวิศวกรผู้ออกแบบมาตั้งแต่อดีต และยังไม่มีวิธีแก้ไขที่ดีพอ จนถึงปัจจุบันมีการผลิตวัสดุชนิดใหม่และทีมงานวิศวกรของ ATC ประสบความสำเร็จในการนำวัสดุนี้มาใช้แก้ปัญหา magnetic hysteresis ได้อย่างสมบูรณ์ปรากฏการณ์ HYSTERESIS คุณสมบัติความเป็นแม่เหล็กของเหล็กกล้าตามปกติจะเป็นลักษณะ non-linear(ไม่เป็นไปเชิงเส้น) ผลงานการวิจัยที่ย้อนหลังไปถึงยุคราวปี1930 บ่งบอกว่าทำให้เกิดปรากฏการณ์ HYSTERESIS และการเหนี่ยวนำที่ทำให้เกิด eddy currents ทำให้เกิดปัญหาอันซับซ้อน ผลงานวิจัยเหล่านั้นกล่าวอ้างถึงความผิดเพี้ยนHYSTERESIS ซึ่งเกิดในไดรเวอร์ลำโพง แต่ก็ไม่มีใครตระหนักว่า กระบวนการผิดเพี้ยนนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากการเหนี่ยวนำที่มากเกินไปในแม่เหล็ก (HYSTERESIS คือความผิดเพี้ยนของสัญญาณขาออกที่เปลี่ยนไปจากรูปแบบสัญญาณขาเข้าอันเนื่องจากการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก)ทีมงาน ATC แก้ปัญหานี้ด้วยการนำเอาวัสดุชนิดใหม่ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ มีความอิ่มตัวในสภาวะเป็นแม่เหล็กที่สูงยิ่ง แต่กลับมีความเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ต่ำมาก วัสดุใหม่นี้ถูกเรียกว่า Super Linear Magnetic Material (S.L.M.M)เทคโนโลยี SUPER LINEAR MAGNET ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ปัจจุบันลำโพงทุกรุ่นของ ATCจึงถูกติดตั้งด้วยเทคโนโลยี Super Linear ทีมงานวิศวกรออกแบบเทคโนโลยีด้วยการใช้วงแหวนS.L.M.M แทนที่การใช้แหวนเหล็กรัดรอบวอยซ์คอยล์ของไดรเวอร์ ผลของการใช้แหวน S.L.M.M นี้จะช่วยลด harmonic distortion ลำดับสามซึ่งครอบคลุมช่วง 10-15 เดซิเบล ในช่วงความถี่ระหว่าง100 Hz ถึง 3KHz จากการทดสอบอย่างเข้มงวดของวิศวกร ATC สามารถพัฒนาเทคโนโลยีนี้จนได้ผลดีถึงสองประการ และเปิดแนวคิดใหม่สำหรับเทคโนโลยี การเหนี่ยวนำจากกระแสแม่เหล็กประการแรก ผลที่ได้สำหรับการรับฟังนั่นคือการปรับปรุงให้ไดรเวอร์ลำโพงสามารถให้คุณภาพเสียงดีระดับยอดเยี่ยม เทคโนโลยีนี้ช่วยลดปริมาณความผิดเพี้ยนของเสียง จนได้ความแม่นยำของเสียงที่ได้ยินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเสียงในบางย่านความถี่ที่เคยมัวมนกลับชัดใสขึ้นราวกับเสียงการแสดงสดเสียงของนักร้องชัดเจนทุกถ้อยลำนำ และเสียงของเปียโนก็ฟังเป็นธรรมชาติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนประการที่สอง ความก้าวหน้าทางวิทยาการที่ผ่านมาแม้แวดวงนักวิชาการจะพยายามค้นคว้าอย่างไร ก็ไม่สามารถก้าวพ้นอุปสรรคอันเกิดจากคุณสมบัติสนามแม่เหล็กแบบ non-linear ซึ่งขัดขวางไม่ให้ข้อมูลของ output ครบถ้วนถูกต้องเช่น ข้อมูล inputด้วยความซับซ้อนของปรากฏการณ์HYSTERESIS แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้ได้วัสดุล้ำยุคที่มีคุณสมบัติซึ่งช่วยแก้ปัญหาอันค้างคามานานได้สำเร็จดังนั้นการคิดค้นเทคโนโลยี Super Linear Magnet ของ ATCจึงเป็นก้าวสำคัญยิ่งของการออกแบบระบบเหนี่ยวนำในสนามแม่เหล็ก นับเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ในรอบหลายสิบปี เมื่อผนวกกับนวัตกรรมอื่นๆ ซึ่ง ATC คิดค้น ผลก็คือลำโพงซึ่งให้เสียงอันน่าประทับใจและส่งผ่านความเป็นดนตรีสู่ประสาทหูของผู้รับฟังด้วยประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยรับฟังมาก่อนและในท่ามกลางความนิยมในดีไซน์บอบบางสวยงามก็ยังมีลำโพงที่เน้นการออกแบบเพื่อให้ได้เสียงเที่ยงตรงเป็นหลักไม่ได้ให้ความสำคัญรูปทรงว่าจะต้องใจคนที่ชอบความสวยงามหรือไม่คือเสียงมาก่อนรูปลักษณ์เสมอต้องถือว่าทาง ATCนี่แหละยึดมั่นในคุณภาพความเป็นดนตรีมากกว่าอื่นใดดังนั้นลำโพงของเขาจึงดูคล้ายกับว่าบึกบึนและหนาหนักแน่นอย่างไม่แคร์สายตา ในขณะที่ไดรเวอร์และโครงสร้างตู้กลับได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันที่สุด เพื่อบรรลุ “ความเที่ยงตรง” เนื่องจากลำโพงของเขาเองเกือบทุกโมเดลนำไปใช้ในสตูดิโอบันทึกเสียงเป็นหลักและส่วนใหญ่ก็จะมีภาคขยายภายในหรือเป็นลำโพงระบบแอ๊กทีฟ หลังจากลำโพง ATC เริ่มได้รับความนิยมภายในบ้านหรือระบบโฮมยูสด์ก็ได้ออกแบบรุ่นแพสสีฟหรือลำโพงปกติออกมา และแน่นอนว่าคอไฮเอนด์ที่ได้ฟังแล้วประทับใจกับเสียงที่ได้จึงทำให้มีพัฒนาการเพิ่มขึ้น